<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุขภาพและเกร็ดความรู้</title>
	<atom:link href="http://health.itmoamun.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://health.itmoamun.com</link>
	<description>สุขภาพดี เกร็ดความรู้ อาหารเสริม นานาสาระเกร็ดความรู้</description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Sep 2011 15:30:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.5</generator>
		<item>
		<title>แฉ! ยาเจริญอาหาร ทำเด็กโตเกินวัย</title>
		<link>http://health.itmoamun.com/%e0%b9%81%e0%b8%89-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%82/</link>
		<comments>http://health.itmoamun.com/%e0%b9%81%e0%b8%89-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%82/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2011 15:30:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเจริญอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กโตเกินวัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://health.itmoamun.com/?p=111</guid>
		<description><![CDATA[มีพฤติกรรมอารมณ์รุนแรง อาจตัวเตี้ยเมื่อโตขึ้น นับเป็นความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงอีกประการแล้ว สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่นิยมให้ลูกรับประทานยาบำรุงหรือยาเจริญอาหารล่าสุด ศ.นพ.พัฒน์  มหาโชคเลิศวัฒนา หัวหน้าหน่วยต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์รามาธิบดี เปิดเผยผลการศึกษาว่า ที่ผ่านมาได้ทำการตรวจรักษาคนไข้เด็ก 2 ราย เป็น ด.ช.อายุ 4 ขวบ และ ด.ญ.อายุ 2 ขวบ จาก จังหวัดนครสวรรค์ ที่ถูกส่งต่อมารักษา มีปัญหาแตกเนื้อหนุ่มแตกเนื้อสาวเกินวัย ซึ่งสาเหตุมาจากความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ของผู้ปกครอง สืบเนื่องจากผู้ป่วย ด.ช.อายุ 4 ขวบ จาก จ.นครสวรรค์ ได้มารับการตรวจที่หน่วยต่อมไร้ท่อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ด้วยอาการเป็นหนุ่มก่อนวัย คือ มีอวัยวะเพศเท่ากับขนาดของผู้ใหญ่ คือ ประมาณ 10 เซนติเมตร ร่วมกับมีขนที่หัวหน่าว มีหนวดบางๆ มีเสียงแตก และสิวบนใบหน้า เด็กโตเร็วกว่าปกติ มีความสูงเท่ากับเด็ก 8 ขวบ มีพฤติกรรมและอารมณ์รุนแรง อาการดังกล่าวเป็นมาประมาณ 2 ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/09/ยาเจริญอาหาร-เด็กโตเกินวัย.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-112" title="ยาเจริญอาหาร, เด็กโตเกินวัย" src="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/09/ยาเจริญอาหาร-เด็กโตเกินวัย.jpg" alt="ยาเจริญอาหาร, เด็กโตเกินวัย" width="300" height="383" /></a></p>
<p><strong>มีพฤติกรรมอารมณ์รุนแรง อาจตัวเตี้ยเมื่อโตขึ้น</strong></p>
<p>นับเป็นความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงอีกประการแล้ว  สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่นิยมให้ลูกรับประทานยาบำรุงหรือยาเจริญอาหารล่าสุด  ศ.นพ.พัฒน์  มหาโชคเลิศวัฒนา หัวหน้าหน่วยต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม  ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์รามาธิบดี เปิดเผยผลการศึกษาว่า  ที่ผ่านมาได้ทำการตรวจรักษาคนไข้เด็ก 2 ราย เป็น ด.ช.อายุ 4 ขวบ และ  ด.ญ.อายุ 2 ขวบ จาก จังหวัดนครสวรรค์ ที่ถูกส่งต่อมารักษา  มีปัญหาแตกเนื้อหนุ่มแตกเนื้อสาวเกินวัย ซึ่งสาเหตุมาจากความรู้เท่า  ไม่ถึงการณ์ของผู้ปกครอง</p>
<p>สืบเนื่องจากผู้ป่วย ด.ช.อายุ 4 ขวบ จาก จ.นครสวรรค์  ได้มารับการตรวจที่หน่วยต่อมไร้ท่อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี  ด้วยอาการเป็นหนุ่มก่อนวัย คือ มีอวัยวะเพศเท่ากับขนาดของผู้ใหญ่ คือ  ประมาณ 10 เซนติเมตร ร่วมกับมีขนที่หัวหน่าว มีหนวดบางๆ มีเสียงแตก  และสิวบนใบหน้า เด็กโตเร็วกว่าปกติ มีความสูงเท่ากับเด็ก 8 ขวบ  มีพฤติกรรมและอารมณ์รุนแรง อาการดังกล่าวเป็นมาประมาณ 2 ปี แล้ว  สาเหตุของปัญหาที่แพทย์มักจะคิดถึง คือ  ด.ช.มีการสร้างฮอร์โมนเพศชายมากผิดปกติ  หรือได้รับฮอร์โมนเพศชายจากภายนอกโดยการกินหรือฉีด  แต่มารดาบอกว่าได้รับยาบำรุงช่วยเจริญอาหารเท่านั้น  จึงได้ทำการตรวจทดสอบจากห้องปฏิบัติการ  ปรากฏว่าได้รับฮอร์โมนเพศชายจากภายนอก<br />
ทราบภายหลังว่ามารดาของเด็กได้เริ่มซื้อยาบำรุงชนิดหนึ่ง  ขนาดประมาณ 60 ซีซี ราคาขายประมาณ 30-40 บาท ให้ผู้ป่วยกินตั้งแต่ 2 ปีก่อน  เพื่อให้เจริญอาหาร  ซึ่งยาชนิดดังกล่าวมีส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่ง คือ แอนโดรเจน  ประมาณ 5 มิลลิกรัม ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวทำให้เด็กชายเป็นหนุ่มก่อนวัย  มีผลเสียอย่างมากต่อระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกาย ได้แก่  ผู้ป่วยเด็กจะโตเร็วผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ  ที่ไม่เหมาะสมกับวัย  และเมื่อเป็นผู้ใหญ่จะเตี้ยกว่าคนปกติเนื่องจากกระดูกพัฒนาเกินกว่าวัยที่ แท้จริงในช่วงเด็ก และหยุดเจริญเติบโตก่อนวัยอันสมควร</p>
<p>ส่วนเด็กหญิงถ้ารับประทานยานี้เข้าไปก็จะทำให้มีลักษณะอวัยวะเพศ ผิดปกติ คือ คลิตอริส หรือภาษาชาวบ้านเรียกปุ่มกระสัน  หรือเม็ดละมุดจะโตคล้ายองคชาติในเพศชาย ซึ่งกรณี ด.ญ. 2 ขวบก็มีขนหัวหน่าว  มีสิวก่อนวัย และเติบโตเร็วผิดปกติส่งผลให้ตัวเตี้ยในที่สุดเช่นเดียวกัน  ในขณะที่ผู้ใหญ่ทานแล้วไม่มีผลกระทบ</p>
<p>จากการสอบถามมารดาของ ด.ช. 4 ขวบ  ทราบว่ายาดังกล่าวซื้อหาได้ง่ายมาก มีขายในร้ายยาทุกแห่ง  และในการประชุมวิชาการระหว่างแพทย์ด้วยกัน พบว่า  แพทย์ในหลายสถาบันก็เคยพบผู้ป่วยในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อน  ข้อมูลทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าเด็กจำนวนมากอยู่ในภาวะกลุ่มเสี่ยงอันตรายต่อการ รับประทานยาบำรุงเจริญอาหาร ถึงแม้ยาดังกล่าวจะมีฉลากยาบ่งชี้  &#8220;เด็กห้ามรับประทาน&#8221; แต่ในคำเตือนเขียน &#8220;ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี  ห้ามใช้ในเด็กติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน เพราะอาจกดการเจริญเติบโตได้&#8221;  ซึ่งเป็นการเขียนที่ขัดแย้งและทำให้ผู้อ่านสับสนจนเข้าใจผิดว่า  เด็กใช้ยาดังกล่าวได้ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเจตนาแอบแฝงของทางบริษัท  โดยเฉพาะในการผลิตในรูปแบบของยาน้ำ แสดงถึงความจงใจที่จะให้มีการใช้ในเด็ก  นอกจากนี้ยังแจ้งผลไม่พึงประสงค์ของยาไม่ครบถ้วน ด้วย</p>
<p>ศ.นพ.พัฒน์ กล่าวด้วยว่า ยาดังกล่าวถูกสั่งห้ามใช้ในเด็กมา 17  ปี โดยมีหนังสือยืนยันจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ว่าอนุญาตให้ใช้เฉพาะในผู้ใหญ่ แต่จงใจผลิตในรูปยาน้ำเชื่อม  ซึ่งได้เคยรายงานให้ อย.ทราบ 2 รายเมื่อ 7  ปีก่อนแต่ยังมีการขายทั่วไปโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ทั้งๆ  ที่ยานี้ห้ามใช้ในเด็กทุกอายุ  อีกทั้งหากเด็กหยุดการรับประทานยาดังกล่าวร่างกายก็จะไม่คืนสู่ภาวะปกติ  เพราะอวัยวะเพศที่โตขึ้นจะไม่หดเล็กลงเหมือนกับอวัยวะเพศเด็ก คือ  อาจหดเล็กลงนิดหน่อย และสีขนจางลงเท่านั้น</p>
<p><strong>น่าเป็นห่วงเด็กๆ ในขณะเดียวกันก็น่าวิตกแทนพ่อ แม่  ผู้ปกครอง   เพราะนอกจากหมดหวังที่จะเห็นลูกเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่ดีแล้ว  ยังต้องมาตกเป็นเหยื่อโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสียอีก  ฉะนั้นการเพิ่มความระมัดระวังในการซื้อยาบำรุงมารับประทานเองคงเป็นหนทาง เดียวที่จะป้องกันลูกรักได้ในยามนี้  ในขณะเดียวกันทางผู้ผลิตยาเองก็ต้องสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมให้มากขึ้น  อย่างเห็นแก่ยอดขายจนถึงขั้นทำลายอนาคตชาติ  อย่าลืมว่าเจตจำนงของการผลิตยาคือ มุ่งบำบัดรักษา เพิ่มพูนสุขภาพ  ไม่ใช่บ่อนทำลายอย่างกรณี “ยาเจริญอาหาร”</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://health.itmoamun.com/%e0%b9%81%e0%b8%89-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินยาหน้าหนาวระวังเป็น รายส์ ซินโดรม</title>
		<link>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2011 15:28:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[นานาเกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กินยาหน้าหนาว]]></category>
		<category><![CDATA[รายส์ ซินโดรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://health.itmoamun.com/?p=108</guid>
		<description><![CDATA[ส่งผลตับถูกทำลาย สมองบวม ชักหมดสติ อาจถึงขั้นเสียชีวิต ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ช่วงนี้อากาศเย็นลง อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและอาจทำให้เป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ได้ ซึ่งไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซาในระบบทาง เดินหายใจ สามารถติดต่อแพร่กระจายได้ง่าย โดยผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย ตาแดง ปวดเมื่อยตามตัว มีน้ำมูกใส อาเจียน เจ็บคอ แบบไข้หวัด ซึ่งแต่ละคนอาจมีอาการที่รุนแรงแตกต่างกัน โดยทั่วไปอาการไข้มักจะเป็นอยู่ 2-4 วัน แล้วอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงไปเอง แต่หากมีไข้สูงควรใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล และที่สำคัญห้ามใช้ยาลดไข้แอสไพรินในเด็กและวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งสตรีที่ให้นมบุตรโดยเด็ดขาด เพราะอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการ รายส์ ซินโดรม ซึ่งเป็นความเจ็บป่วยที่รุนแรงเนื่องจากตับถูกทำลาย ทำให้สมองบวม ชัก หมดสติและอาจเสียชีวิตได้ รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวอีกว่า นอกจากยาแอสไพรินแล้ว ยาปฏิชีวนะจำพวก เพนนิซิลลิน แอมพิซิลลิน และอะมอกซิซิลลิน ก็ไม่ควรใช้ในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่เช่นกัน เพราะไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส แต่ยาปฏิชีวนะใช้สำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย การกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสจึงไม่ถูกต้อง และทำให้เปลืองเงิน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ส่งผลตับถูกทำลาย สมองบวม ชักหมดสติ อาจถึงขั้นเสียชีวิต</strong></p>
<p><a href="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/09/รายส์-ซินโดรม.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-109" title="รายส์ ซินโดรม" src="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/09/รายส์-ซินโดรม.jpg" alt="รายส์ ซินโดรม, กินยาหน้าหนาว" width="200" height="200" /></a></p>
<p>ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า  ช่วงนี้อากาศเย็นลง  อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและอาจทำให้เป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ได้ ซึ่งไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซาในระบบทาง เดินหายใจ สามารถติดต่อแพร่กระจายได้ง่าย โดยผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง  อ่อนเพลีย ตาแดง ปวดเมื่อยตามตัว มีน้ำมูกใส อาเจียน เจ็บคอ แบบไข้หวัด  ซึ่งแต่ละคนอาจมีอาการที่รุนแรงแตกต่างกัน</p>
<p>โดยทั่วไปอาการไข้มักจะเป็นอยู่ 2-4 วัน แล้วอาการจะค่อย ๆ  ทุเลาลงไปเอง แต่หากมีไข้สูงควรใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล  และที่สำคัญห้ามใช้ยาลดไข้แอสไพรินในเด็กและวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี  รวมทั้งสตรีที่ให้นมบุตรโดยเด็ดขาด เพราะอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการ  รายส์ ซินโดรม ซึ่งเป็นความเจ็บป่วยที่รุนแรงเนื่องจากตับถูกทำลาย  ทำให้สมองบวม ชัก หมดสติและอาจเสียชีวิตได้</p>
<p>รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวอีกว่า นอกจากยาแอสไพรินแล้ว  ยาปฏิชีวนะจำพวก เพนนิซิลลิน แอมพิซิลลิน และอะมอกซิซิลลิน  ก็ไม่ควรใช้ในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่เช่นกัน  เพราะไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส  แต่ยาปฏิชีวนะใช้สำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  การกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสจึงไม่ถูกต้อง  และทำให้เปลืองเงิน เสี่ยงต่อการแพ้ยาและก่อปัญหาเชื้อดื้อยาด้วย  การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดคือ  การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  พักผ่อนให้เพียงพอ  หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย  หรือเสมหะของคนที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่  รวมทั้งรักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงที่อากาศเย็น</p>
<p>หากป่วยเป็นไข้หวัดควรดื่มน้ำอุ่นและพักผ่อนให้มาก ๆ  ก็จะทำให้ร่างกายหายป่วยและฟื้นตัวได้เร็ว  และอาจปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อหาวิธีการบรรเทาอาการควบคู่กันไป  แต่ถ้าจำเป็นต้องซื้อยารับประทาน  ก็ควรซื้อยาจากร้านยาที่มีเภสัชกรประจำร้าน  ซึ่งสามารถให้คำแนะนำการใช้ยาได้อย่างถูกต้อง  นอกจากนี้ยังสามารถคัดกรองพร้อมทั้งส่งต่อผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการติด เชื้อในโรคไข้หวัดนกหรือไข้หวัดใหญ่ได้อีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เด็กและสตรีเหยื่อถูกทำร้ายจากคนใกล้ชิด</title>
		<link>http://health.itmoamun.com/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://health.itmoamun.com/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 15:08:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คนใกล้ชิด]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กและสตรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://health.itmoamun.com/?p=105</guid>
		<description><![CDATA[มอบความรักให้สังคมด้วยการลดความรุนแรงในครอบครัว “ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน แต่พอเนิ่นนาน แม้น้ำตาล ยังว่าขม” คงเป็นคำโบราณที่ยังไม่โบราณในความหมาย เพราะทุกวันนี้สตรี ยังคงถูกผู้ที่ได้ชื่อว่าสามีทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ มิหนำซ้ำลูกเล็กเด็กแดงตาดำๆ ยังพลอยโดนหางเลขตกเป็นเหยื่อความรุนแรงไปด้วย ข้อมูลจากหน่วยงานที่สำรวจการกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าการใช้ความรุนแรงในชีวิตคู่เป็นเรื่องสากล เกิดได้กับผู้หญิงในทุกสังคม และทุกภูมิภาค โดยในทวีปเอเชียนั้น ประเทศอินเดียผู้หญิง 40% ถูกคู่สมรสทุบตี ในจำนวนนี้ 16% ถูกทำร้ายอย่างรุนแรง ขณะที่เกาหลี 38% ของผู้หญิงถูกทำร้ายร่างกาย แม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้หญิงก็ถูกคู่ของตนทำร้ายเช่นกัน ซึ่งอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา มีผู้หญิงถึง 20%-30% ที่ถูกคู่ของตนทำร้าย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2550 &#8220;white Ribbon Day&#8221; โดยเลือกปทุมธานีเป็นจังหวัดนำร่อง “ไร้ความรุนแรง” แห่งแรกของประเทศ ศ.นพ.รณชัย คงสกลธ์ หัวหน้าโครงการหน่วยจัดการความรู้ความรุนแรงในครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี เปิดเผยถึงผลการสำรวจปัญหาความรุนแรงในครอบครัวชุมชนรอบ รพ.รามาธิบดี จำนวน 7 ชุมชน 580 ครอบครัวว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/เด็กและสตรีคนใกล้ชิด.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-106" title="เด็กและสตรี,คนใกล้ชิด" src="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/เด็กและสตรีคนใกล้ชิด.jpg" alt="เด็กและสตรี,คนใกล้ชิด" width="300" height="225" /></a></p>
<p><strong>มอบความรักให้สังคมด้วยการลดความรุนแรงในครอบครัว</strong></p>
<p>“ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน แต่พอเนิ่นนาน แม้น้ำตาล ยังว่าขม”  คงเป็นคำโบราณที่ยังไม่โบราณในความหมาย เพราะทุกวันนี้สตรี  ยังคงถูกผู้ที่ได้ชื่อว่าสามีทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ  มิหนำซ้ำลูกเล็กเด็กแดงตาดำๆ ยังพลอยโดนหางเลขตกเป็นเหยื่อความรุนแรงไปด้วย  ข้อมูลจากหน่วยงานที่สำรวจการกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทั่วโลก  ชี้ให้เห็นว่าการใช้ความรุนแรงในชีวิตคู่เป็นเรื่องสากล  เกิดได้กับผู้หญิงในทุกสังคม และทุกภูมิภาค โดยในทวีปเอเชียนั้น  ประเทศอินเดียผู้หญิง 40% ถูกคู่สมรสทุบตี ในจำนวนนี้ 16%  ถูกทำร้ายอย่างรุนแรง ขณะที่เกาหลี 38% ของผู้หญิงถูกทำร้ายร่างกาย  แม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้หญิงก็ถูกคู่ของตนทำร้ายเช่นกัน ซึ่งอังกฤษ  และสหรัฐอเมริกา มีผู้หญิงถึง 20%-30% ที่ถูกคู่ของตนทำร้าย</p>
<p>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี  และความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2550 &#8220;white Ribbon Day&#8221;  โดยเลือกปทุมธานีเป็นจังหวัดนำร่อง “ไร้ความรุนแรง” แห่งแรกของประเทศ</p>
<p>ศ.นพ.รณชัย คงสกลธ์ หัวหน้าโครงการหน่วยจัดการความรู้ความรุนแรงในครอบครัว  คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี  เปิดเผยถึงผลการสำรวจปัญหาความรุนแรงในครอบครัวชุมชนรอบ รพ.รามาธิบดี จำนวน  7 ชุมชน 580 ครอบครัวว่า พบความรุนแรงในครอบครัวถึง 27.2% หรือคิดเป็น 1  ใน 4 และเมื่อสำรวจลึกลงไป  พบว่าครอบครัวที่มีการดื่มสุรามีโอกาสเกิดความรุนแรงในครอบครัวถึง 3.84  เท่า เมื่อเทียบกับครอบครัวที่ไม่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p>ส่วนสถานการณ์ระดับจังหวัด  ร.พ.ปทุมธานีเก็บข้อมูลเด็กและผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรง  จนต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตั้งแต่เดือนต.ค.49-ก.ย.50  พบเด็กเข้ารับการรักษา 125 ราย อายุ 11-18 ปี 93 ราย อายุ 6-10 ขวบ 16 ราย  อายุ 1-5 ขวบ 15 ราย 0-1 ขวบ 1 ราย มีผู้หญิงถูกทำร้าย ต้องเข้ารับการรักษา  139 ราย อายุ 18-35 ปี 50 ราย, อายุ 36-45 ปี 40 ราย, 45 ปีขึ้นไป 49 ราย</p>
<p>ในจำนวนนี้อาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน 26 ราย  ผู้ป่วยนอก 46 ราย ผู้ป่วยฉุกเฉิน 23 ราย  และเข้ารับบริการที่จุดรับบริการวันสต๊อปเซอร์วิส 169 ราย  โดยเด็กและผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงจากเพื่อนและคนใกล้ชิดมากที่สุด 77 ราย  จากสามี 51 ราย จากสมาชิกในครอบครัว 35 ราย คนรู้จัก 34 ราย พ่อเลี้ยง  แม่เลี้ยง 12 ราย พ่อแม่ 7 ราย สาเหตุเกิดจากนอกใจ หึงหวง ทะเลาะ 54 ราย  ปัญหาครอบครัว 42 ราย เมาสุรา ติดสารเสพติด 41 ราย ปัญหาเศรษฐกิจ 40 ราย  เจตนาล่อลวงบังคับ 33 ราย สื่อลามก 12 ราย  โดยเด็กถูกกระทำรุนแรงทางเพศมากที่สุด  ผู้ใหญ่จะถูกกระทำรุนแรงด้านจิตใจมากที่สุด</p>
<p>ถึงแม้ว่าหลายๆ หน่วยงานจะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อยุติความรุนแรงในครอบครัว  แต่ปัญหาดังกล่าว ยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น  จากสถิติการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวปี 2549  พบว่า มีจำนวนถึง 16,000 ราย/ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่มีจำนวนผู้ป่วย  14,000 ราย/ปี จากเฉลี่ยวันละ 39 คนในปี 2548 และเป็น 44 คนในปี 2549  คิดเป็นค่าใช้จ่ายการสูญเสียในการรักษาจากโรงพยาบาลทั่วประเทศถึง 36,800  ล้านต่อปี ถือเป็นการสูญเสียที่มหาศาล</p>
<p>ด้านนางจิตราภา สุนทรพิพิธ  รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  กล่าวถึงกรณีที่พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว  พ.ศ.2550 ได้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.เป็นต้นไปนั้นว่า  การมีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว  จึงมีความเหมาะสมเพราะจะทำให้สามารถกำหนดรูปแบบวิธีการและขั้นตอนให้ผู้ กระทำผิดมีโอกาสกลับตัวและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ  รวมทั้งสามารถรักษาสัมพันธ์อันดีไว้ในครอบครัวได้</p>
<p>ซึ่งจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2542 ได้กำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี  เป็นเดือนรณรงค์ยุติการใช้ความรุนแรง  เพื่อตระหนักถึงผลร้ายที่จะเกิดต่อคนในครอบครัว  และสร้างกระแสการต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัว  ซึ่งทั่วโลกกำหนดให้วันที่ 25 พ.ย.เป็นวันรณรงค์ยุติความรุนแรง</p>
<p>ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงในครอบครัวลุกลามและรุนแรงมากขึ้น  นั่นเป็นเพราะความเชื่อผิดๆว่า ครอบครัวเป็นเรื่องส่วนตัว  ทำให้ปกปิดปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะความอาย  หรือคิดว่าไม่มีคนอื่นที่ช่วยได้ และด้วยความเชื่อเช่นนี้  ทำให้คนรอบด้านไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องหรือให้การช่วยเหลือ</p>
<p>แต่นับจากวันนี้เราจะดูแลกันและกัน  คุณก็มีส่วนร่วมที่ช่วยให้ความรุนแรงในครอบครัวยุติลงได้ อย่าเพิกเฉย  เมื่อถูกกระทำหรือพบเห็นการกระทำความรุนแรงในครอบครัว  ทุกคนมีหน้าที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงาน  เพื่อให้การคุ้มครองช่วยเหลือและให้คำแนะนำ พร้อมบำบัดฟื้นฟู</p>
<p>ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องส่วนตัว  แต่เป็นเรื่องของทุกๆคนที่ต้องช่วยกันเพื่อให้ความรุนแรงหยุดทำร้ายคุณและ สังคม  พบเห็นสตรีและเด็กถูกทำร้ายแจ้งได้ที่สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  หมายเลขโทรศัพท์ 0-2306-8774 หรือศูนย์ประชาบดี 1300</p>
<p>เรื่องและภาพโดย : จุฑารัตน์  สมจริง Team Content www.thaihealth.or.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://health.itmoamun.com/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดื่มน้ำไนเตรตสูง ทำทารกป่วยโรคบลูเบบี้</title>
		<link>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 15:06:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลโรคภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มน้ำไนเตรตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ทารกป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคบลูเบบี้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://health.itmoamun.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[เกิดจากการถ่ายออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงลดลง ประชาชนจำนวนมากในชนบทของไทยและฟิลิปปินส์กำลังเผชิญปัญหาร้ายแรงด้าน สุขภาพ เพราะน้ำบาดาลที่นำมาดื่มและใช้นั้นปนเปื้อนด้วยสารไนเตรตในปริมาณสูง ซึ่งสารนี้ย่อยสลายในธรรมชาติได้ยาก กรีนพีซ ทำรายงานเรื่องน้ำบาดาล พร้อมกับเปิดเผยว่า การใช้ปุ๋ยที่มีสารไนโตรเจนสูงนั้น ทำให้แหล่งน้ำใต้ดินปนเปื้อน ซึ่งจากการเก็บน้ำบาดาลมาประเทศละ 30 แห่ง พบว่ามีอัตราของไนเตรตเกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยที่องค์การอนามัยโลกกำหนด ไว้ และแหล่งที่มีการปนเปื้อนมากที่สุดคือ พื้นที่ที่มีการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนมาก ทำให้เด็กๆ ในบริเวณนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค &#8220;บลู เบบี้ ซินโดรม&#8221; ซึ่งเกิดจากความสามารถในการถ่ายออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงในทารกลดลง โดยเฉพาะทารกที่อายุต่ำกว่า 4 เดือน สำหรับอาการของผู้ที่เป็นโรคนี้มีทั้ง ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า ริมฝีปากมีสีม่วงหรือเขียวคล้ำ ปวดศีรษะ เหนื่อยอ่อน ซึม ชัก หมดสติ อาจถึงขั้นเสียชีวิต และก่อให้เกิดโรคมะเร็งโดยเฉพาะในระบบการย่อยอาหาร นายแดเนียล โอแคมโป นักรณรงค์ของกรีนพีซ กล่าวว่า ชุมชนใดที่คิดว่าน้ำที่ตนดื่มทุกวันนั้นสะอาด เพราะปราศจากกลิ่นและไม่มีสีนั้น ชุมชนนั้นคิดผิด เนื่องจากน้ำอาจมีไนเตรตจากปุ๋ยปนเปื้อนอยู่ ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีนโยบายให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ไม่อย่างนั้นแล้วจะเสียแหล่งน้ำจืดอันมีค่าไป ที่มา ข้อมูลจาก : ข่าวสด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/โรคบลูเบบี้ดื่มน้ำไนเตรตสูง-ทารกป่วย.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-103" title="โรคบลูเบบี้,ดื่มน้ำไนเตรตสูง ,ทารกป่วย" src="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/โรคบลูเบบี้ดื่มน้ำไนเตรตสูง-ทารกป่วย.jpg" alt="โรคบลูเบบี้,ดื่มน้ำไนเตรตสูง ,ทารกป่วย" width="400" height="287" /></a></p>
<p><strong>เกิดจากการถ่ายออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงลดลง</strong></p>
<p>ประชาชนจำนวนมากในชนบทของไทยและฟิลิปปินส์กำลังเผชิญปัญหาร้ายแรงด้าน สุขภาพ  เพราะน้ำบาดาลที่นำมาดื่มและใช้นั้นปนเปื้อนด้วยสารไนเตรตในปริมาณสูง  ซึ่งสารนี้ย่อยสลายในธรรมชาติได้ยาก</p>
<p>กรีนพีซ ทำรายงานเรื่องน้ำบาดาล พร้อมกับเปิดเผยว่า  การใช้ปุ๋ยที่มีสารไนโตรเจนสูงนั้น ทำให้แหล่งน้ำใต้ดินปนเปื้อน  ซึ่งจากการเก็บน้ำบาดาลมาประเทศละ 30 แห่ง  พบว่ามีอัตราของไนเตรตเกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยที่องค์การอนามัยโลกกำหนด ไว้ และแหล่งที่มีการปนเปื้อนมากที่สุดคือ  พื้นที่ที่มีการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนมาก ทำให้เด็กๆ  ในบริเวณนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค &#8220;บลู เบบี้ ซินโดรม&#8221;  ซึ่งเกิดจากความสามารถในการถ่ายออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงในทารกลดลง  โดยเฉพาะทารกที่อายุต่ำกว่า 4 เดือน สำหรับอาการของผู้ที่เป็นโรคนี้มีทั้ง  ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า ริมฝีปากมีสีม่วงหรือเขียวคล้ำ ปวดศีรษะ เหนื่อยอ่อน  ซึม ชัก หมดสติ อาจถึงขั้นเสียชีวิต  และก่อให้เกิดโรคมะเร็งโดยเฉพาะในระบบการย่อยอาหาร</p>
<p>นายแดเนียล โอแคมโป นักรณรงค์ของกรีนพีซ กล่าวว่า  ชุมชนใดที่คิดว่าน้ำที่ตนดื่มทุกวันนั้นสะอาด  เพราะปราศจากกลิ่นและไม่มีสีนั้น ชุมชนนั้นคิดผิด  เนื่องจากน้ำอาจมีไนเตรตจากปุ๋ยปนเปื้อนอยู่  ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีนโยบายให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม  ไม่อย่างนั้นแล้วจะเสียแหล่งน้ำจืดอันมีค่าไป<br />
ที่มา<br />
ข้อมูลจาก : ข่าวสด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้สูงอายุ เหยียด,ยืด,หด เพิ่มความแข็งแรง ลดโรค</title>
		<link>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 15:04:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[นานาเกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ความแข็งแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[ยืด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโรค]]></category>
		<category><![CDATA[หด]]></category>
		<category><![CDATA[เหยียด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://health.itmoamun.com/?p=99</guid>
		<description><![CDATA[พบอายุ 60 ขึ้นมีการออกกำลังน้อย ส่งผลต่อระบบของร่างกาย จะขอพูดถึงผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปและไม่เคยหรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เพราะว่าผู้ที่ออกำลังกายอยู่เสมอตลอดมาเมื่อท่านสูงอายุแล้วท่านย่อมมีความ เข้าใจที่ดีต่อการออกกำลังกาย ดังนั้นจีงอยากเน้นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายว่าจะออกกำลัง กายอย่างไรดี จึงเป็นประโยชน์มากว่าโทษที่อาจจะเกิดขึ้น ส่วนใหญ่ที่ผู้สูงอายุจะมาเริ่มออกกำลังกายเมื่อบั้นปลายของชีวิตมักจะประสบ กับปัญหาเรื่องสุขภาพ และได้คำแนะนำจากคุณหมอว่าจะต้องออกกำลังกาย เพื่อชะลอความป่วย หรืออาจจะรักษาอาการป่วย หรือ คงสภาพของร่างกายให้มีชีวิตอยู่ยาวนานขึ้น การออกกำลังกายในผู้สูงอายุสามารถทำได้ง่ายๆ คือ การอบอุ่นร่างกาย เพียง 5 นาที โดยการเหยียดแข้ง เหยียดขา แกว่งแขน วิ่งเหยาะๆ ช้าๆ หลีกเลี่ยงการกระแทกหรือสะบัด ออกกำลังกายอย่างจริงจัง 25 – 30 นาที สัปดาห์ละ 3- 4 ครั้ง เช่น การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะ การว่ายน้ำ ฯลฯให้มีความเหนื่อย แต่ไม่หนักเบาจนเกินไปโดยดูว่าถ้าเหนื่อยมากแสดงว่าหนักเกินไป ถ้าไม่รู้สึกเหนื่อยแสดงว่าเบาเกินไป สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกาย ควรเริ่มทำครั้งละน้อยๆ อาจเป็น 5-10 นาทีแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนสามารถออกกำลังกายได้นานติดต่อกันประมาณ 20-30 นาที [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/ผู้สูงอายุเหยียดยืดหดความแข็งแรงลดโรค.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-100" title="ผู้สูงอายุ,เหยียด,ยืด,หด,ความแข็งแรง,ลดโรค" src="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/ผู้สูงอายุเหยียดยืดหดความแข็งแรงลดโรค.jpg" alt="ผู้สูงอายุ,เหยียด,ยืด,หด,ความแข็งแรง,ลดโรค" width="280" height="333" /></a></p>
<p><strong>พบอายุ 60 ขึ้นมีการออกกำลังน้อย ส่งผลต่อระบบของร่างกาย</strong></p>
<p>จะขอพูดถึงผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60  ปีขึ้นไปและไม่เคยหรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย  เพราะว่าผู้ที่ออกำลังกายอยู่เสมอตลอดมาเมื่อท่านสูงอายุแล้วท่านย่อมมีความ เข้าใจที่ดีต่อการออกกำลังกาย  ดังนั้นจีงอยากเน้นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายว่าจะออกกำลัง กายอย่างไรดี จึงเป็นประโยชน์มากว่าโทษที่อาจจะเกิดขึ้น</p>
<p>ส่วนใหญ่ที่ผู้สูงอายุจะมาเริ่มออกกำลังกายเมื่อบั้นปลายของชีวิตมักจะประสบ กับปัญหาเรื่องสุขภาพ และได้คำแนะนำจากคุณหมอว่าจะต้องออกกำลังกาย  เพื่อชะลอความป่วย หรืออาจจะรักษาอาการป่วย หรือ  คงสภาพของร่างกายให้มีชีวิตอยู่ยาวนานขึ้น</p>
<p>การออกกำลังกายในผู้สูงอายุสามารถทำได้ง่ายๆ คือ การอบอุ่นร่างกาย เพียง 5  นาที โดยการเหยียดแข้ง เหยียดขา แกว่งแขน วิ่งเหยาะๆ ช้าๆ  หลีกเลี่ยงการกระแทกหรือสะบัด ออกกำลังกายอย่างจริงจัง 25 – 30 นาที  สัปดาห์ละ 3- 4 ครั้ง เช่น การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะ การว่ายน้ำ  ฯลฯให้มีความเหนื่อย  แต่ไม่หนักเบาจนเกินไปโดยดูว่าถ้าเหนื่อยมากแสดงว่าหนักเกินไป  ถ้าไม่รู้สึกเหนื่อยแสดงว่าเบาเกินไป สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกาย  ควรเริ่มทำครั้งละน้อยๆ อาจเป็น 5-10 นาทีแล้วค่อยๆ  เพิ่มขึ้นจนสามารถออกกำลังกายได้นานติดต่อกันประมาณ 20-30 นาที  เสร็จแล้วผ่อนให้เย็นลง 5 นาที โดยผ่อนลงทีละน้อยอย่าหยุดทันที เช่น  ลดความเร็วของการวิ่ง เป็น วิ่งช้า จาก เดินเร็ว เดินช้า</p>
<p>ผู้สูงอายุควรจะต้องออกกำลังให้ข้อต่อต่างๆ มีการเหยียด – ยืด – หด  เพื่อให้ข้อต่อต่างๆ ของร่างกาย มีความยืดหยุ่นได้ดี การเดิน- การวิ่ง-  การขี่จักรยาน ข้อต่อบริเวณคอ หลัง เอว มีการเคลื่อนไหวน้อย  ที่เคลื่อนไหวออกกำลังมาก เป็นข้อสะโพก ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อไหล่ การว่ายน้ำ  ยิ่งว่ายท่าต่างๆมากท่าจะมีการเคลื่อนไหวข้อได้มากขึ้น  จะต้องออกกำลังให้เกิดการทรงตัวดีขึ้น  คนที่ทรงตัวดีจะสามารถเดินบนกระดานแผ่นเดียวได้ การเดิน – การวิ่ง  เป็นการฝึกการทรงตัวอย่างหนึ่ง</p>
<p>ประโยชน์ที่ได้จากการออกกำลังกายของผู้สูงอายุนั้นมีทั้งผลที่มีต่อระบบ หัวใจ หลอดเลือด และ การหายใจ รวมทั้งผลต่อเลือดด้วย  ในการออกกำลังกายประเภทที่ใช้ความอดทนเป็นเวลานาน  หัวใจจะมีปริมาตรเพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงขึ้น  สามารถสูบฉีดเลือดออกจากหัวใจได้ครั้งละมากๆ  มีการกระจายของหลอดเลือดฝอยมากขึ้นในกล้ามเนื้อหัวใจ  ทำให้หัวใจได้รับเลือดหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ  ระดับของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลง ภาวะอุดตันของหลอดเลือดแดงลดน้อยลง  เป็นต้น</p>
<p>ผลทางด้านระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างโดยเป็นการเพิ่มกำลังของกล้าม เนื้อ(muscular strength)เพิ่มความอดทนของกล้ามเนื้อ (muscular endurancd)  กล้ามเนื้อทำงานได้นานขึ้น พังผืดและเอ็นแข็งแรงขึ้น  ทำให้ข้อต่อมีความมั่นคงมากขึ้น ข้อต่อมีการอ่อนตัวดีขึ้น ทำให้การทรงตัว,  การอ่อนตัว,การเคลื่อนไหวสะดวกขึ้น  ปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกายทั้งในและนอกอำนาจจิตใจดีขึ้น  โดยเฉพาะการสั่งงานของกล้ามเนื้อจะทำงานได้ดี  ทำให้กล้ามเนื้อกลุ่มต่างๆประสานงานกันได้ดีและมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ผลทางด้านเมตะบอลิสม์และน้ำหนักของร่างกาย ช่วยลดไขมันของร่างกาย  ป้องกันไม่ให้น้ำตาลกลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้น  จึงสามารถป้องกันการเป็นโรคเบาหวานได้ด้วย และทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น  ผู้สูงอายุที่ออกกำลังเสมอ จะไม่มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือท้องผูก  ซึ่งเป็นอาการประจำของผู้ที่มิได้ออกกำลัง นิสัยการนอนดีขึ้น  ทำให้อาการนอนไม่หลับลดลงหรือหมดไป จะหลับสนิทมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้ยา  เพิ่มพลังสำหรับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เพิ่มความสามารถและพลังทางเพศดีขึ้น   เชื่อว่าการอกกำลังที่เหมาะสมทำให้ระดับของฮอร์โมนเพศออกมามากขึ้นทั้งชาย และหญิงแต่ทั้งนี้จะต้องไม่ออกกำลังมากเกินไปซึ่งจะให้ผลในด้านตรงกันข้าม</p>
<p>การออกกำลังยังมีผลโดยตรงต่อจิตใจในการลดความเครียดได้ทันที  การออกกำลังเป็นประจำช่วยแก้ไขสภาพที่ผิดปรกติทางจิตใจบางอย่างได้  วิทยาการสมัยใหม่ พบว่านขณะที่ออกกำลัง  ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมาซึ่งจะช่วยลดความเจ็บป่วยของร่างกาย  และทำให้จิตใจสดชื่น และสามารถลดความเศร้า</p>
<p>การออกกำลังกายที่นิยมกันมากในปัจจุบัน คือ กายบริหาร, การรำมวยจีน, โยคะ,  การเดินและ การวิ่งช้าๆ ซึ่งต่างกับการเดิน  การเดินนั้นเท้าข้างใดข้างหนึ่งแตะพื้นอยู่เสมอ  ส่วนการวิ่งจะมีช่วงใดช่วงหนึ่งที่เท้าไม่แตะพื้น  ถ้าผู้สูงอายุสามารถวิ่งได้  ก็ไม่มีข้อห้ามแต่ต้องมีข้อเท้าที่ดีเป็นวิธีออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้สูง อายุ</p>
<p>จะเห็นได้ว่าการออกกำลังกายนั้นส่งผลต่อระบบต่างๆ  ของร่างกายให้มีการทำงานที่ดี มีความมั่นคง แข็งแรง  มีปฏิกิริยาการตอบสนองได้เป็นปกติ ไม่ก่อให้เกิดความเครียด  หากได้การออกกำลังกาย ดังนั้นควร หันมาออกกำลังกายกันตั้งแต่วันนี้นะค่ะ  เพื่อสุขภาพที่ดี และห่างไกลโรคในวันข้างหน้า<br />
<strong>ที่มา </strong></p>
<p><strong>ข้อมูลจาก :</strong> สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเคลื่อนไหวร่างกายน้อย เสี่ยงอายุสั้น</title>
		<link>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 15:02:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[นานาเกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[การเคลื่อนไหวร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[อายุสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://health.itmoamun.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[ภูมิต้านทานลด เสี่ยงป่วยเป็นโรค อายุสั้นกว่าคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ การใช้ชีวิตของมนุษย์ในแต่ละวัน ต้องมีการเคลื่อนไหวของร่างกาย หากไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวร่างกายไม่มีการออกกำลังกายเป็นการผิดธรรมชาติของ สรีระของร่างกาย อาจส่งผลร้ายให้อายุสั้นกว่าวัยอันควรได้ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ให้ข้อมูลว่า จากหลักฐานการศึกษาบ่งบอกว่ามนุษย์มีชีวิตกระจายอยู่ทั่วโลก 30,000 ปีมาแล้ว มนุษย์มีชีวิตอยู่รอดโดยการเป็นนักล่า เพื่อหาอาหารมาเลี้ยงชีพ ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ค่อนข้างมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จึงกลายเป็นธรรมชาติของสรีระของมนุษย์มานับหมื่นปี จนวิถีชีวิตที่ต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายถูกกำหนดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรหัส พันธุกรรมไปแล้ว พาหนะที่ใช้ในการเดินทางเพิ่งมีใช้กันแพร่หลายประมาณไม่ถึง 100 ปี มานี้เอง และเครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ มีมากขึ้นมากขึ้น ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายลดลงลดลง การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น หากเทียบกับวิวัฒนาการของมนุษย์ ร่างกายมีการเคลื่อนไหวน้อยลง จึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติสำหรับสรีระของร่างกายของมนุษย์ การศึกษาทางการแพทย์พบว่าการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย “Physical inactivity” นำมาซึ่งการมีร่างการที่ไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานลดลง มีโอกาสป่วยเป็นโรคต่าง ๆ มากขึ้น และมีอายุสั้นกว่า คนที่มีการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผลที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกาย 1. ระดับฮอร์โมนที่เป็นภูมิต้านทานโรคเพิ่มขึ้น 2. เม็ดเลือดขาวชนิดที่ฆ่าเชื้อโรคเพิ่มขึ้น (Natural Killer cell) 3. ลดระดับไขมันที่ไม่ดี 4. เพิ่มระดับไขมันที่ดี 5. ลดระดับความดันในผู้ที่ความดันสูง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/การเคลื่อนไหวร่างกายอายุสั้น.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-97" title="การเคลื่อนไหวร่างกาย,อายุสั้น" src="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/การเคลื่อนไหวร่างกายอายุสั้น.jpg" alt="การเคลื่อนไหวร่างกาย,อายุสั้น" width="260" height="324" /></a></p>
<p><strong>ภูมิต้านทานลด เสี่ยงป่วยเป็นโรค อายุสั้นกว่าคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ</strong></p>
<p>การใช้ชีวิตของมนุษย์ในแต่ละวัน ต้องมีการเคลื่อนไหวของร่างกาย  หากไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวร่างกายไม่มีการออกกำลังกายเป็นการผิดธรรมชาติของ สรีระของร่างกาย อาจส่งผลร้ายให้อายุสั้นกว่าวัยอันควรได้</p>
<p>ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ให้ข้อมูลว่า  จากหลักฐานการศึกษาบ่งบอกว่ามนุษย์มีชีวิตกระจายอยู่ทั่วโลก 30,000  ปีมาแล้ว มนุษย์มีชีวิตอยู่รอดโดยการเป็นนักล่า เพื่อหาอาหารมาเลี้ยงชีพ  ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ค่อนข้างมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา  จึงกลายเป็นธรรมชาติของสรีระของมนุษย์มานับหมื่นปี  จนวิถีชีวิตที่ต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายถูกกำหนดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรหัส พันธุกรรมไปแล้ว</p>
<p>พาหนะที่ใช้ในการเดินทางเพิ่งมีใช้กันแพร่หลายประมาณไม่ถึง 100 ปี มานี้เอง  และเครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ มีมากขึ้นมากขึ้น  ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายลดลงลดลง  การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น  หากเทียบกับวิวัฒนาการของมนุษย์</p>
<p>ร่างกายมีการเคลื่อนไหวน้อยลง  จึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติสำหรับสรีระของร่างกายของมนุษย์  การศึกษาทางการแพทย์พบว่าการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย “Physical inactivity”  นำมาซึ่งการมีร่างการที่ไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานลดลง มีโอกาสป่วยเป็นโรคต่าง  ๆ มากขึ้น และมีอายุสั้นกว่า คนที่มีการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ</p>
<p><strong>ผลที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกาย</strong></p>
<p>1. ระดับฮอร์โมนที่เป็นภูมิต้านทานโรคเพิ่มขึ้น</p>
<p>2. เม็ดเลือดขาวชนิดที่ฆ่าเชื้อโรคเพิ่มขึ้น (Natural Killer cell)</p>
<p>3. ลดระดับไขมันที่ไม่ดี</p>
<p>4. เพิ่มระดับไขมันที่ดี</p>
<p>5. ลดระดับความดันในผู้ที่ความดันสูง</p>
<p>6. ลดโอกาสและความรุนแรงของโรคเบาหวาน</p>
<p>7. ลดโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ</p>
<p>8. ลดโอกาสการติดเชื้อทางเดินหายใจ</p>
<p>9. ลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งชนิดต่าง</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>ดังนั้น  เราจึงควรดำเนินวิถีชีวิตให้เป็นไปตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ควรจะเป็น  โดยการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน  หรือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการมีสุขภาพที่ดี  ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ลดโอกาสเกิดโรค</p>
<p><strong>ที่มา</strong></p>
<p><strong>ข้อมูลจาก :</strong> สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ออกกำลังให้ได้ผล ต้องครบองค์รวมของสุขภาพ</title>
		<link>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 15:01:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[นานาเกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[องค์รวมของสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ออกกำลัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://health.itmoamun.com/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[ควรมีความหลากหลายรูปแบบ และไม่จำเจซ่ำซาก การออกกำลังกายที่ดีมีคุณค่าและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้ จริง ผู้ออกกำลังกายควรเลือกรูปแบบและกิจกรรมการออกกำลังกายให้ครอบคลุมองค์รวม ของสุขภาพซึ่งสามารถจำแนกลักษณะของการออกกำลังกายได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ การออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสมรรถภาพความแข็งแรงอดทนของ หัวใจและปอด (Cardiore spiratory Endurance ) เหตุผลสำคัยของการออกกำลังกายประเภทนี้ เพื่อพัฒนาคุณภาพการทำงานของหัวใจและปอดให้แข็งแรงอดทน ในการทำหน้าที่สูบฉีดเลือดและนำอากาศเข้าสู่ร่างกาย เพื่อส่งไปหล่อเลี้ยงเซลล์ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้เจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า อารมณ์แจ่มใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้มีการกระจายตัวของเส้น เลือดฝอยไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพิ่มขึ้น ระบบการย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ กระฉับกระเฉงคล่องตัว นอนหลับสนิท ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคความดัน โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคระบบทางเดินหายใจและโรคเครียด ฯลฯ เพราะตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ร่างกายหรือเซลล์ต้องการ อาหารและอากาศเพื่อการทำงานและการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ การออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสมรรถภาพความแข็งแรง อดทนของหัวใจและปอด จึงเป็นหนึ่งในประเภทของการออกกำลังกายที่มีความสำคัญและเป็นสิ่งที่ทุกคน ไม่ควรละเลย รูปแบบและกิจกรรมการออกกำลังกายที่ช่วยในการพัฒนาสร้าง เสริมสมรรถภาพด้านนี้ เรียกโดยรวมว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic Exercises) ซึ่งหมายถึง การออกกำลังกายหรือการปฏิบัติกิจกรรมการเคลื่อนไหว ที่กล้ามเนื้อได้รับอากาศหรือออกซิเจนอย่างเพียงพอ สำหรับการผลิตพลังงานให้กล้ามเนื้อใช้ในการหดตัวออกแรง เพื่อปฏิบัติกิจกรรมการเคลื่อนไหวในระหว่างที่ออกกำลังกาย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/ออกกำลังองค์รวมของสุขภาพ.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-94" title="ออกกำลัง,องค์รวมของสุขภาพ" src="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/ออกกำลังองค์รวมของสุขภาพ.jpg" alt="ออกกำลัง,องค์รวมของสุขภาพ" width="371" height="272" /></a></p>
<p><strong>ควรมีความหลากหลายรูปแบบ และไม่จำเจซ่ำซาก</strong></p>
<p>การออกกำลังกายที่ดีมีคุณค่าและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้ จริง  ผู้ออกกำลังกายควรเลือกรูปแบบและกิจกรรมการออกกำลังกายให้ครอบคลุมองค์รวม ของสุขภาพซึ่งสามารถจำแนกลักษณะของการออกกำลังกายได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ</p>
<p><strong></strong>การออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสมรรถภาพความแข็งแรงอดทนของ หัวใจและปอด (Cardiore spiratory Endurance )  เหตุผลสำคัยของการออกกำลังกายประเภทนี้  เพื่อพัฒนาคุณภาพการทำงานของหัวใจและปอดให้แข็งแรงอดทน  ในการทำหน้าที่สูบฉีดเลือดและนำอากาศเข้าสู่ร่างกาย  เพื่อส่งไปหล่อเลี้ยงเซลล์ตามส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายให้เจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า อารมณ์แจ่มใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง</p>
<p><strong></strong>การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้มีการกระจายตัวของเส้น เลือดฝอยไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพิ่มขึ้น  ระบบการย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ กระฉับกระเฉงคล่องตัว  นอนหลับสนิท ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคความดัน โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด  โรคระบบทางเดินหายใจและโรคเครียด ฯลฯ</p>
<p><strong></strong>เพราะตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ร่างกายหรือเซลล์ต้องการ อาหารและอากาศเพื่อการทำงานและการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ  การออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสมรรถภาพความแข็งแรง อดทนของหัวใจและปอด  จึงเป็นหนึ่งในประเภทของการออกกำลังกายที่มีความสำคัญและเป็นสิ่งที่ทุกคน ไม่ควรละเลย</p>
<p><strong></strong>รูปแบบและกิจกรรมการออกกำลังกายที่ช่วยในการพัฒนาสร้าง เสริมสมรรถภาพด้านนี้ เรียกโดยรวมว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic  Exercises) ซึ่งหมายถึง การออกกำลังกายหรือการปฏิบัติกิจกรรมการเคลื่อนไหว  ที่กล้ามเนื้อได้รับอากาศหรือออกซิเจนอย่างเพียงพอ  สำหรับการผลิตพลังงานให้กล้ามเนื้อใช้ในการหดตัวออกแรง  เพื่อปฏิบัติกิจกรรมการเคลื่อนไหวในระหว่างที่ออกกำลังกาย</p>
<p><strong></strong>รูปแบบและกิจกรรมการเคลื่อนไหวที่จัดอยู่ในการออกกำลังกาย ประเภทแอโรบิกนี้ ได้แก่ การเดิน การวิ่งเหยาะ การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ  การกระโดดเชือก การฝึกโยคะ การรำมวยจีน การฝึกด้วยไม้พลอง การเต้นรำ ลีลาศ  ไท้เก็ก และการเต้นแอโรบิก เป็นต้น  ซึ่งผู้ประสงค์จะออกกำลังกายประเภทนี้สามารถเลือกรูปแบบและกิจกรรมได้ตาม ความชอบหรือความสนใจ ที่สำคัญควรพิจารณาถึงความยากง่าย  ความหนักเบาและความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเองด้วย</p>
<p><strong></strong>การออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมความแข็งแรงและความอดทน ของกล้ามเนื้อ (Muscular Strength and Endurance)  เหตุผลสำคัญของการออกกำลังกายประเภทนี้ เพื่อพัฒนาโครงสร้างของร่างกาย  กล้ามเนื้อและรูปร่างทรวดทรง ให้แข็งแรงกระชับได้สัดส่วนและสวยงาม  นำไปสู่สุขภาพความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดี  ในวัยเด็กการออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยกระตุ้นและพัฒนาการการเจริญเติบโต ของกล้ามเนื้อและกระดูก</p>
<p><strong></strong>สำหรับในวัยหนุ่มสาวช่วยส่งเสริมความแข็งแรงและศักยภาพใน การเคลื่อนไหวร่างกายให้พัฒนาไปสู่ขีดความสามารถสูงสุด  ในวัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของโครงสร้างร่างกายตลอดจน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก  ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งในด้านความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวและการทรงตัวที่ดี  ทั้งยังช่วยป้องกันและบรรเทาอาการปวดเข่า  ปวดหลังและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย  ป้องกันโรคกระดูกบาง โรคกระดูกพรุน โรคข้อเสื่อมและข้อติด ฯลฯ</p>
<p><strong></strong>การเคลื่อนไหวร่างกายในทุกอิริยาบถ  จำเป็นต้องอาศัยกล้ามเนื้อเป็นตัวออกแรงเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในการ เคลื่อนไหว  ด้วยเหตุนี้การพัฒนาเพื่อสร้างเสริมความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อ เพิ่มขึ้น  จึงเท่ากับเป็นการพัฒนาคุณภาพการเคลื่อนไหวของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้นในยุคคลทุกเพศทุกวัยที่จะต้องใส่ใจและให้ความสำคัญในการฝึกเพื่อ เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อ  ซึ่งมีผลต่อโครงสร้างร่างกายและการใช้แรงในการปฏิบัติภารกิจในชีวิตประจำวัน โดยตรง</p>
<p><strong></strong>รูปแบบและกิจกรรมของการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาเสริมสร้าง ความแข็งแรงตลอดจนความอดทนของกล้ามเนื้อ  จะต้องใช้น้ำหนักหรือความต้านทานมากระตุ้นหรือกระทำต่อกล้ามเนื้อ  โดยให้กล้ามเนื้อออกแรงเคลื่อนไหวน้ำหนักไปในทิศทางการทำงานของกล้ามเนื้อ แต่ละมัดที่ต้องการพัฒนาความแข็งแรง เช่น การยกน้ำหนักในท่าต่าง ๆ  การดันพื้น การดึงข้อ การนอนยกเท้าขึ้นลง การนอนลุก-นั่ง  เพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและการดึงยางยืดในแต่อิริยาบถ  เพื่อบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วนเป็นต้น  ซึ่งผู้ที่ออกกำลังกายประเภทนี้ควรพิจารณาเลือกใช้รูปแบบและกิจกรรมการออก กำลังกาย  รวมทั้งน้ำหนักหรือความต้านทานที่ใช้ในการฝึกให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตน เองและวัตถุประสงค์ที่ต้องการ</p>
<p>การออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมความอ่อนตัวและความยืดหยุ่นตัวของกล้าม เนื้อ (Muscular Flexibility and Elasticity)  เหตุผลของการออกกำลังกายประเภทนี้  เพื่อช่วยผ่อนคลายอาการปวดเมื่อยเกร็งกล้ามเนื้อและข้อต่อที่ถูกใช้งานในแต่ ละอิริยาบถตลอดทั้งวัน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหวของข้อต่อ  ให้สามารถเคลื่อนไหวได้ระยะทางมากขึ้น ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย  การที่กล้ามเนื้อและข้อต่อมีความยืดหยุ่นตัวดีขึ้นจะช่วยลดและป้องกันปัญหา การบาดเจ็บรวมทั้งอาการยึดเกร็งของกล้ามเนื้อ  เอ็นกล้ามเนื้อและเอ็นข้อต่อส่งผลให้การเคลื่อนไหวของร่างกายในแต่ละ อิริยาบถสะดวกสบาย ใช้แรงน้อย และมีความสัมพันธ์ในการเคลื่อนไหวดีขึ้น  ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเข่า ปวดตามข้อ ข้อติด  รวมทั้งอาการยึดเกร็งของกล้ามเนื้อและอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่าง ๆ  ของร่างกาย</p>
<p><strong></strong>ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้การเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกำลัง กายสามารถทำได้สะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้น  ช่วยให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายดีขึ้น  ช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อพร้อมที่จะออกกำลังกายหนัก ๆ  ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้ปฏิกิริยาการรับรู้และความรู้สึกตัว  รวมทั้งการตอบสนองการเคลื่อนไหวของร่างกายดีขึ้น  ช่วยลดสภาวะความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ  และทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจมากยิ่งขึ้น  รวมทั้งช่วยเพิ่มระยะในการเคลื่อนไหวของข้อต่อและกล้ามเนื้อในการปฏิบัติ ทักษะการเคลื่อนไหว</p>
<p><strong></strong>รูปแบบและกิจกรรมการออกกำลังกายที่จะช่วยพัฒนาสร้างเสริม ความอ่อนตัวและความยืดหยุ่นตัวของกล้ามเนื้อ ได้แก่  การบริหารร่างกายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อในท่าต่าง ๆ (Stretching  Exercises) ทั้งในแบบหยุดนิ่งค้างไว้ ณ  ตำแหน่งการเคลื่อนไหวที่รู้สึกตึงกล้ามเนื้อส่วนที่กำลังถูกยืด (Static  Stretch) หรือการยืดเหยียดกล้ามเนื้อในรูปแบบที่มีการเคลื่อนไหว (Dynamic  Stretch)  รวมทั้งการยืดเหยียดกล้ามเนื้อในรูปแบบของการกระตุ้นระบบประสาทกล้ามเนื้อ ให้เกิด ความคล่องตัว (PNF)</p>
<p><strong></strong>นอกจากนี้การยืดเหยียดกล้ามเนื้อในท่าฤๅษีดัดตน  และการฝึกโยคะในรูปแบบต่าง ๆ ก็จัดอยู่ในการออกกำลังกายประเภทนี้ด้วย อนึ่ง  ในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อสามารถกระทำได้ด้วยตนเอง (Active Stretch)  หรือให้ผู้อื่นช่วยกระทำการยืดเหยียดให้ก็ได้ (Passive Stretch)  ที่สำคัญคือจะต้องจัดท่าทางให้ถูกต้องและกล้ามเนื้อส่วนที่จะทำการยืดเหยียด จะต้องอยู่ในอาการผ่อนคลาย (Relax) ทุกครั้ง  และจะต้องไม่กลั้นลมหายใจในขณะทำการออกกำลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกครั้ง  เพื่อให้ร่างกายเกิดประโยชน์จากการยืดเหยียดอย่างแท้จริง</p>
<p><strong>เลือกการออกกำลังให้เหมาะกับร่างกาย เพื่อสุขภาพของท่านเอง</strong></p>
<p>โดย : รศ.เจริญ กระบวนรัตน์</p>
<p><strong>ที่มา</strong></p>
<p><strong>ข้อมูลจาก :</strong> หนังสือ สุขภาพดี..ง่ายนิดเดียว : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รักสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย สร้างภูมิคุ้มกัน</title>
		<link>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 14:59:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิคุ้มกัน]]></category>
		<category><![CDATA[รักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ออกกำลังกาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://health.itmoamun.com/?p=90</guid>
		<description><![CDATA[“ฝากออมสินสุขภาพ” ทุกคุณค่าเหมือนยาวิเศษ จากความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทำให้ผู้คนในสังคมยุคปัจจุบันมีการใช้เครื่องทุ่นแรงมาอำนวยความสะดวกให้กับตนเองมากขึ้นมี การใช้แรงใช้กล้ามเนื้อประกอบภารกิจในการดำรงชีวิตประจำวันน้อยลง ส่งผลให้สุขภาพพื้นฐานและสมรรถภาพทางกายลดลง เพราะขาดการเคลื่อนไหวหรือการออกกำลังกาย ยิ่งในสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตยุคปัจจุบันมีการ เปลี่ยนแปลงและแข่งขันกันสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้เกิดความกดดันและความเครียดสะสมทวีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้ผันแปรไปตามสภาวะของแรงกดดัน ก่อให้เกิดสภาวะความหวาดวิตกในความไม่มั่นคงของชีวิต นำไปสู่อาการของโรคเครียด โรควอตกกังวล โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคเจ็บป่วยทางสังคมอีกหลายชนิด ที่โถมกระหน่ำเข้าสู่บุคคลทุกเพศทุกวัยและทุกฐานะอาชีพ ด้วยเหตุนี้การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี จึงเปรียบเสมือนยาวิเศษที่จะช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพใจได้ค่อนข้าง มั่นคงถาวรและเป็นรูปธรรม หากได้มีการออกกำลังกายตั้งแต่วัยเด็กอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับสภาพร่าง กายของตนเองในแต่ละวัย การออกกำลังกายจึงไม่ต่างอะไรกับการได้ “ฝากออมสินสุขภาพ” ให้กับตนเองช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงเป็นทุนสำรองไว้ป้องกันโรคภัยไข้ เจ็บในยามที่เข้าสู่วัยเสื่อมและวัยชรา ซึ่งจะเริ่มมีอาการปรากฏให้เห็นตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 30 ปีเป็นต้นไป ดังนั้นการออกกำลังกายจึงมิใช่เพียงแต่จะช่วยให้สุขภาพ ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มีสุขภาพจิตที่ดี มีอารมณ์แจ่มใสมั่นคง และมีความอดทนอดกลั้นต่อความกดดันของสังคม ที่บีบคั้นได้อย่างมากมายมหาศาลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ ซึ่งสามารถที่จะจำแนกวัตถุประสงค์ของการออกกำลังกายได้เป็น 4 ประการหลัก คือ 1. การออกกำลังกายเพื่อการบำบัดรักษา การออกกำลังกายประเภทนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการบำบัดรักษา ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรืออาการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ไม่ติดต่อ อาทิเช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคภูมิแพ้ โรคเครียดและโรคปวดหลัง ฯลฯ ซึ่งการแพทย์ปัจจุบันให้การยอมรับและใช้วิธีการออกกำลัง กายเป็นส่วนหนึ่งในการบำบัดรักษาอาการของโรคดังกล่าว เพื่อลดการใช้ยาให้น้อยลงและสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้สูงขึ้นเป็นการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/รักสุขภาพออกกำลังกายภูมิคุ้มกัน.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-91" title="รักสุขภาพ,ออกกำลังกาย,ภูมิคุ้มกัน" src="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/รักสุขภาพออกกำลังกายภูมิคุ้มกัน.jpg" alt="รักสุขภาพ,ออกกำลังกาย,ภูมิคุ้มกัน" width="394" height="216" /></a></p>
<p><strong>“ฝากออมสินสุขภาพ” ทุกคุณค่าเหมือนยาวิเศษ</strong></p>
<p><strong></strong>จากความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทำให้ผู้คนในสังคมยุคปัจจุบันมีการใช้เครื่องทุ่นแรงมาอำนวยความสะดวกให้กับตนเองมากขึ้นมี การใช้แรงใช้กล้ามเนื้อประกอบภารกิจในการดำรงชีวิตประจำวันน้อยลง  ส่งผลให้สุขภาพพื้นฐานและสมรรถภาพทางกายลดลง  เพราะขาดการเคลื่อนไหวหรือการออกกำลังกาย</p>
<p><strong></strong>ยิ่งในสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตยุคปัจจุบันมีการ เปลี่ยนแปลงและแข่งขันกันสูงขึ้น  เป็นสาเหตุให้เกิดความกดดันและความเครียดสะสมทวีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ  ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้ผันแปรไปตามสภาวะของแรงกดดัน  ก่อให้เกิดสภาวะความหวาดวิตกในความไม่มั่นคงของชีวิต  นำไปสู่อาการของโรคเครียด โรควอตกกังวล โรคระบบทางเดินอาหาร  และโรคเจ็บป่วยทางสังคมอีกหลายชนิด  ที่โถมกระหน่ำเข้าสู่บุคคลทุกเพศทุกวัยและทุกฐานะอาชีพ</p>
<p><strong></strong>ด้วยเหตุนี้การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี  จึงเปรียบเสมือนยาวิเศษที่จะช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพใจได้ค่อนข้าง มั่นคงถาวรและเป็นรูปธรรม  หากได้มีการออกกำลังกายตั้งแต่วัยเด็กอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับสภาพร่าง กายของตนเองในแต่ละวัย การออกกำลังกายจึงไม่ต่างอะไรกับการได้  “ฝากออมสินสุขภาพ”  ให้กับตนเองช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงเป็นทุนสำรองไว้ป้องกันโรคภัยไข้ เจ็บในยามที่เข้าสู่วัยเสื่อมและวัยชรา  ซึ่งจะเริ่มมีอาการปรากฏให้เห็นตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 30 ปีเป็นต้นไป</p>
<p><strong></strong>ดังนั้นการออกกำลังกายจึงมิใช่เพียงแต่จะช่วยให้สุขภาพ ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มีสุขภาพจิตที่ดี  มีอารมณ์แจ่มใสมั่นคง และมีความอดทนอดกลั้นต่อความกดดันของสังคม  ที่บีบคั้นได้อย่างมากมายมหาศาลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ  ซึ่งสามารถที่จะจำแนกวัตถุประสงค์ของการออกกำลังกายได้เป็น 4 ประการหลัก  คือ</p>
<p><strong></strong>1. การออกกำลังกายเพื่อการบำบัดรักษา  การออกกำลังกายประเภทนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการบำบัดรักษา  ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรืออาการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ไม่ติดต่อ อาทิเช่น  โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน  โรคภูมิแพ้ โรคเครียดและโรคปวดหลัง ฯลฯ</p>
<p><strong></strong>ซึ่งการแพทย์ปัจจุบันให้การยอมรับและใช้วิธีการออกกำลัง กายเป็นส่วนหนึ่งในการบำบัดรักษาอาการของโรคดังกล่าว  เพื่อลดการใช้ยาให้น้อยลงและสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้สูงขึ้นเป็นการ รักษาอาการของโรคควบคู่ไปกับการใช้ยา ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  ด้วยการจัดโปรแกรมการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับอาการของโรค  และเหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นราย ๆ ไป  ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางด้านการออกกำลังกายโดยเฉพาะ อย่างใกล้ชิด</p>
<p><strong></strong>2.  การออกกำลังกายเพื่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายการออกกำลังกายประเภทนี้  จะกระทำต่อจากการบำบัดรักษาหรือภายหลังจากอาการเจ็บป่วยทุเลาลงจนกระทั้งหาย เป็นปกติ  เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายที่เสื่อมสภาพหรือทรุดโทรมลงในช่วงที่เจ็บป่วย  ให้กลับฟื้นคืนสู่สภาพที่แข็งแรงเป็นปกติ อาทิเช่น  อาการเจ็บไข้ไม่สบายโดยทั่วไป อาการเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บ  อาการเจ็บจากการเล่นหรือการแข่งขันกีฬา อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ  รวมทั้งอาการเสื่อมสภาพของร่างกายที่เกิดจากการขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น  ซึ่งภายหลังจากอาการเจ็บป่วยทุเลาหรือหายเจ็บป่วยแล้ว  การออกกำลังกายที่ถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรงกลับ คืนสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น</p>
<p><strong></strong>3. การออกกำลังกายเพื่อการสร้างเสริมร่างกายให้แข็งแรง  การออกกำลังกายประเภทนี้มุ่งสร้างเสริมสุขภาพร่างกายจากสภาวะที่เป็นปกติให้ มีความสมบูรณ์แข็งแรงในองค์รวมของสุขภาพและสมรรถภาพทางกายเพิ่มขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาความอดทนของระบบหายใจและไหลเวียนเลือด  การสร้างเสริมความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อ  ความอ่อนตัวและส่วนประกอบของร่างกาย  ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายสามารถประกอบภาระกิจในชีวิตประจำวันที่หนักและนานได้ เป็นอย่างดี โดยที่ไม่รู้สึกอ่อนเพลียหรือมีอาการเหน็ดเหนื่อยง่าย  เป็นการสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกายที่จะช่วยป้องกันมิให้เกิดโรคภัย ไข้เจ็บมาเบียดเบียน ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงเพิ่มขึ้น  สามารถประกอบหน้าที่การงานและดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ</p>
<p><strong></strong>4.  การออกกำลังกายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถสูงสุดของร่างกาย  การออกกำลังกายประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นการออกกำลังกายที่มุ่งพัฒนาทักษะและ สมรรถภาพทางกลไกการเคลื่อนไหวของร่างกายของแต่ละบุคคลให้พัฒนาไปสู่ศักยภาพ หรือความสามารถสูงสุดในแต่ละด้านที่ต้องการ เช่น ความแข็งแรง ความเร็ว  กำลัง ความคล่องแคล่วว่องไว ความแม่นยำ  ปฏิกิริยาการรับรู้การสั่งงานของสมอง  ความสัมพันธ์ในการเคลื่อนไหวและการทรงตัวที่ดี เป็นต้น</p>
<p><strong></strong>ซึ่งนอกจากจะทำให้มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเหนือ กว่าคนทั่วไปแล้ว ยังสามารถปฏิบัติทักษะการเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ   การออกกำลังกายประเภทนี้จะใช้เฉพาะสำหรับนักกีฬาหรือบุคคลที่มีสุขภาพพื้น ฐานแข็งแรง และมีการเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายอย่างเป็นระบบ  โดยผู้ฝึกสอนกีฬาหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านการฝึกสมรรถภาพเฉพาะด้านที่มีความ สามารถ เช่น การออกกำลังกายหรือการฝึกซ้อมของนักกีฬาประเภทต่าง ๆ เป็นต้น</p>
<p><strong></strong>การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่สำคัญและจำเป็น สำหรับบุคคลทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพที่จะขาดเสียมอได้  ตราบใดที่ร่างกายยังมีลมหายใจและมีการเคลื่ยนไหว  ทุกคนควรให้ความใส่ใจในการดูแลสร้างเสริมสุขภาพ  การออกกำลังกายจึงเปรียบเสมือนอาหารที่ช่วยหล่อเลี้ยงร่างกายและจิตใจให้มี ความสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมที่จะทำหน้าที่และยืนหยัดเผชิญกับปัญหาอุปสรรคต่าง  ๆ</p>
<p><strong></strong>เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในการดำรงชีวิต  การออกกำลังกายนอกจากจะเป็นการให้อาหารเสริมกล้ามเนื้อและกระดูกโดยตรงแล้ว  ยังช่วยเป็นการกระตุ้นระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ  ภายในร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  ช่วยรักษาและชะลอการเสื่อมสภาพของอวัยวะรวมทั้งระบบโครงสร้างของร่างกาย  ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดีทำให้ผู้ที่ออกกำลังกาย เป็นประจำสม่ำเสมอ มีสุขภาพกายแข็งแรงและสุขภาพจิตเบิกบานแจ่มใส  มีอายุยืนยาวและดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข</p>
<p><strong>มาออกกำกายกัน เพื่อสุขภาพและบุคคลิกภาพที่ดูดีของท่าน</strong></p>
<p>โดย : รศ.เจริญ กระบวนรัตน์<br />
<strong>ที่มา</strong></p>
<p><strong>ข้อมูลจาก :</strong> หนังสือ สุขภาพดี..ง่ายนิดเดียว : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ละเลยการออกกำลัง กระทบโครงสร้างร่างกาย</title>
		<link>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b9%82/</link>
		<comments>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b9%82/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 14:58:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การออกกำลัง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างร่างกาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://health.itmoamun.com/?p=87</guid>
		<description><![CDATA[จิตใจที่แจ่มใส&#8230;.อยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์ การเคลื่อนไหวโดยธรรมชาติของมนุษย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการ ดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ ได้แก่ การเดิน วิ่ง กระโดด หยิบ จับ โยน ขว้างและแบกหาม ฯลฯ ซึ่งเป็น การเคลื่นไหวที่ได้รับการพัฒนาในแต่ละช่วงอายุของการเจริญเติบโตและนำไปสู่ การพัฒนาบุคลิกภาพในการเคลื่อนไหว ตลอดจนการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล ที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้นการเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้หากปล่อย ปละละเลยย่อมมีผลกระทบหรือเป็นปัญหาต่อสุขภาพทั้งในด้านโครงสร้างและ สมรรถภาพทางร่างกายก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมและความผิดปกติกับร่างกายจาก ลักษณะของการใช้งานในการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้องด้วยเหตุนี้การออกกำลังกาย และการบริหารร่างกายเพื่อสุภาพที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญและจำเป็นต่อการที่ จะช่วยในการพัฒนาเสริมสร้างรักษาและฟื้นฟูสภาพที่บกพร่องขององค์ประกอบในการ เคลื่อนไหวร่างกายให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือเป็นปกติได้ ยาวนานยิ่งขึ้น การเดินเพื่อสุขภาพ นับเป็นอีกรูปแบบวิธีการหนึ่งของการออกกำลังกายที่ดีมีคุณค่าและประโยชน์ต่อ ร่างกายที่ไม่ควรละเลยหรือมองข้าม ลักษณะเด่นที่สำคัญคือเป็นการเคลื่อนไหวออกกำลังกายที่ง่าย สะดวก ประหยัด เป็นธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูงและเกิดแรงกระแทกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถนำไปปฏิบัติได้กับบุคคลทุกเพศ ทุกวัย ช่วยพัฒนาความแข็งแรงอดทนขั้นพื้นฐานของระบบกล้ามเนื้อ ระบบหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาสุขภาพและสมรรถภาพทางกายให้มี ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นในลำดับต่อไป หลักปฏิบัติในการเดินเพื่อสุขภาพ มีลำดับขั้นตอนที่ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้ 1. ศีรษะและลำตัวตั้งตรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหายใจ สายตามองไปข้างหน้าในขณะเดิน 2. แกว่งแขวนซ้ายขวาสลับหน้าหลังขนานลำตัวมือที่แกว่งสูงระดับอก ในลักษณะที่ผ่อนคลายศอกงอเล็กน้อย ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่อกและหลังส่วนบน 3. จังหวะความเร็วในการก้าวเท้าสม่ำเสมอตลอดระยะทางที่เดิน ไม่เดินทอดน่องหรือเดินตามสบาย 4. ส้นเท้าสำผัสพื้นรับน้ำหนักตัวก่อนปลายเท้าช่วยบริหารกล้ามเนื้อน่องและกล้ามเนื้อหน้าแข้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/การออกกำลังโครงสร้างร่างกาย.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-88" title="การออกกำลัง,โครงสร้างร่างกาย" src="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/การออกกำลังโครงสร้างร่างกาย.jpg" alt="การออกกำลัง,โครงสร้างร่างกาย" width="180" height="270" /></a></p>
<p><strong>จิตใจที่แจ่มใส&#8230;.อยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์</strong></p>
<p><strong> </strong>การเคลื่อนไหวโดยธรรมชาติของมนุษย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการ ดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ ได้แก่ การเดิน วิ่ง กระโดด หยิบ จับ โยน  ขว้างและแบกหาม ฯลฯ</p>
<p>ซึ่งเป็น การเคลื่นไหวที่ได้รับการพัฒนาในแต่ละช่วงอายุของการเจริญเติบโตและนำไปสู่ การพัฒนาบุคลิกภาพในการเคลื่อนไหว ตลอดจนการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล</p>
<p><strong> </strong>ที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้นการเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้หากปล่อย ปละละเลยย่อมมีผลกระทบหรือเป็นปัญหาต่อสุขภาพทั้งในด้านโครงสร้างและ สมรรถภาพทางร่างกายก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมและความผิดปกติกับร่างกายจาก ลักษณะของการใช้งานในการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้องด้วยเหตุนี้การออกกำลังกาย และการบริหารร่างกายเพื่อสุภาพที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญและจำเป็นต่อการที่ จะช่วยในการพัฒนาเสริมสร้างรักษาและฟื้นฟูสภาพที่บกพร่องขององค์ประกอบในการ เคลื่อนไหวร่างกายให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือเป็นปกติได้ ยาวนานยิ่งขึ้น</p>
<p><strong> </strong>การเดินเพื่อสุขภาพ  นับเป็นอีกรูปแบบวิธีการหนึ่งของการออกกำลังกายที่ดีมีคุณค่าและประโยชน์ต่อ ร่างกายที่ไม่ควรละเลยหรือมองข้าม  ลักษณะเด่นที่สำคัญคือเป็นการเคลื่อนไหวออกกำลังกายที่ง่าย สะดวก ประหยัด  เป็นธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูงและเกิดแรงกระแทกต่ำ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถนำไปปฏิบัติได้กับบุคคลทุกเพศ ทุกวัย  ช่วยพัฒนาความแข็งแรงอดทนขั้นพื้นฐานของระบบกล้ามเนื้อ ระบบหายใจ  ระบบไหลเวียนเลือด  ซึ่งเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาสุขภาพและสมรรถภาพทางกายให้มี ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นในลำดับต่อไป</p>
<p><strong> หลักปฏิบัติในการเดินเพื่อสุขภาพ มีลำดับขั้นตอนที่ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้</strong></p>
<p>1. ศีรษะและลำตัวตั้งตรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหายใจ สายตามองไปข้างหน้าในขณะเดิน</p>
<p>2. แกว่งแขวนซ้ายขวาสลับหน้าหลังขนานลำตัวมือที่แกว่งสูงระดับอก  ในลักษณะที่ผ่อนคลายศอกงอเล็กน้อย  ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่อกและหลังส่วนบน</p>
<p>3. จังหวะความเร็วในการก้าวเท้าสม่ำเสมอตลอดระยะทางที่เดิน ไม่เดินทอดน่องหรือเดินตามสบาย</p>
<p>4. ส้นเท้าสำผัสพื้นรับน้ำหนักตัวก่อนปลายเท้าช่วยบริหารกล้ามเนื้อน่องและกล้ามเนื้อหน้าแข้ง</p>
<p>5. ความยาวของช่วงก้าวขึ้นอยู่กับความเร็วในการเดิน  ที่สำคัญจะต้องไม่พยายามก้าวยาวมากเกินไป  เพราะจะมีผลทำให้เกินความเมื่อยล้าที่กล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกเร็วกว่าปกติ</p>
<p><strong> ประโยชน์จากการเดินเพื่อสุขภาพ ช่วยรักษาสุขภาพ  พัฒนาความสัมพันธ์ตลอดจนการทรงตัวในการเคลื่อนไหว  และป้องกันอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรค ดังนี้</strong></p>
<p>1. การเดินออกกำลังกายวันละ 1.5 – 2.5 กิโลเมตรช่วยรักษาสุขภาพร่างกายโดยทั่วไป ให้แข็งแรงเป็นปกติ</p>
<p>2. การเดินออกกำลังกายวันละ  2.5 – 4.5 กิโลเมตรด้วยอัตราความเร็วเฉลี่ย 7 –  8 นาทีต่อกิโลเมตรช่วยป้องกันและลดอัตราเสี่ยงของการเกิด โรคหัวใจ  โรคไขมันอุดตันในหลอดเลือดและโรคเบาหวาน เป็นต้น</p>
<p>3. การเดินออกกำลังกายวันละ  4.5 – 6.5 กิโลเมตรด้วยอัตราความเร็วเฉลี่ย 9 –  10 นาทีต่อกิโลเมตรจะช่วยพัฒนาความอดทนของกล้ามเนื้อ ระบบหายใจ  ระบบไหลเวียนเลือด นอกจากนี้ยังช่วยลดไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกาย  ช่วยป้องกันโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ โรคเครียด ฯลฯ เป็นต้น</p>
<p><strong> ผลของการเดินเพื่อสุขภาพที่มีต่อร่างกาย แบ่งออกได้เป็นส่วน ๆ ดังนี้</strong></p>
<p>1. ผลที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ  และเอ็นข้อต่อส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือใช้เคลื่อนไหวโดยตรง ได้แก่  กล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก กล้ามเนื้อน่อง กล้ามเนื้อหน้าแข้ง ข้อเท้า  ข้อสะโพก เอ็นฝ่าเท้า เอ็นร้อยหวาย ฯลฯ  จะได้รับการพัฒนาความแข็งแรงอดทนเพิ่มขึ้น รวมทั้งกล้ามเนื้อหัวไหล่  ต้นแขนและลำตัว</p>
<p>2. ผลที่เกิดขึ้นกับระบบหายใจ ได้แก่ ปอด ถุงลม หลอดลม  จะได้รับการพัฒนาทางด้านความแข็งแรงและความยืดหยุ่นตัวเพิ่มขึ้นจากปกติ  ช่วยให้ระบบทางเดินหายใจสามารถทำงานหรือถ่ายเทหมุนเวียนอากาศ  ให้เข้าออกร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดและป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ และโรคภูมิแพ้</p>
<p>3. ผลที่เกิดขึ้นกับระบบไหลเวียนเลือด ได้แก่ หัวใจ เลือด หลอดเลือด  ความดัน ซึ่งจะทำให้มีมีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายต่อนาทีทีมีปริมาณเพิ่มขึ้น  หัวใจและหลอดเลือดมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นตัวดีขึ้น  ช่วยลดและป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ หลอดเลือดและความดันเป็นต้น</p>
<p>4. ผลที่เกิดขึ้นกับระบบประสาท  ทำให้ปฏิกิริยาการรับรู้และสั่งงานของระบบประสาท เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  ช่วยพัฒนาเซลล์ประสาทและหน่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย  เพื่อให้ทำงานได้อย่างสัมพันธ์กัน  เป็นผลให้เกิดความสมดุลในการเคลื่อนไหวและการทรงตัว</p>
<p>5. ผลที่เกิดขึ้นกับระบบโครงสร้าง ได้แก่ กระดูก กล้ามเนื้อ ข้อต่อ เอ็น  พังผืด เป็นต้น มีการพัฒนาทั้งขนาดและความแข็งแรง  โดยเฉพาะกระดูกมีการสะสมแคลเซียมเพิ่มมากขึ้น ช่วยป้องกันโรคกระดูกบาง  โรคกระดูกพรุน โรคข้อติด และโรคข้อต่อเสื่อมสภาพเร็วกว่าวัยอันควร  ช่วยพัฒนาบุคลิกและความมั่นใจในการเคลื่อนไหว</p>
<p>6. ผลที่เกิดขึ้นกับระบบขับถ่าย และขบวนการเผาผลาญผลิตพลังงานของร่างกาย  ทำให้เกิดการหลั่งเหงื่อระบายความร้อน  และการถ่ายเทของเสียออกจากร่างกายเป็นปกติ  ร่างกายใช้ไขมันเป็นพลังงานเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้รูปร่างทรวดทรง  กระชับแลดูได้สัดส่วนสวยงามไม่อ้วน</p>
<p><strong> </strong>การออกกำลังกายด้วยการเดินเพื่อสุขภาพนั้นสามารถพัฒนาความ แข็งแรงและโครงสร้างพื้นฐานของร่างกาย  ช่วยเสริมสร้างและกระตุ้นระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ  ภายในร่างกายให้มีสมรรถภาพและประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้น  ช่วยป้องกันรวมทั้งลดปัญหาการเกิดโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด โรคอ้วน  โรคหัวใจและภูมิแพ้ ทำให้สามารถประกอบภารกิจและดำรงชีวิตได้เป็นปกติสุข  มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว</p>
<p><strong> มาออกกำลังกายกันดีกว่า เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายไม่ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรม</strong></p>
<p>โดย : รศ.เจริญ กระบวนรัตน์</p>
<p><strong>ที่มา</strong></p>
<p><strong>ข้อมูลจาก :</strong> หนังสือ สุขภาพดี..ง่ายนิดเดียว : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b9%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปฏิเสธน้ำเมา หนุนเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Jul 2011 13:35:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กีฬาเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิเสธน้ำเมา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://health.itmoamun.com/?p=83</guid>
		<description><![CDATA[วอนรัฐ ช่วยสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่องและถาวร &#8220;เบคแฮมเลี้ยงบอลส่งลูกผ่านไปให้อองรี อองรีเลี้ยงลูกหลบผู้เล่นกองหลังตรงไปยังหน้าประตู แล้วยิง! แต่ผู้รักษาประตูปัดผ่านเลยคานออกไปได้ น่าเสียดายจริงๆ ครับ&#8221; น้ำเสียงเร่งเร้า สนุกสนาน ของผู้บรรยายการถ่ายทอดสดฟุตบอลเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราคุ้นชิน จนรู้สึกว่าหากการแข่งขันนัดใดไม่มีเสียงผู้บรรยายเหล่านี้ อรรถรสในการชมก็ดูจะจืดจางลงไป และแล้วในขณะที่ชมการถ่ายทอดอยู่นั้นสัญลักษณ์คุ้นตาที่เคยปรากฏอยู่ข้างขวด ก็ปรากฏขึ้นข้างสนาม เพียงชั่วแวบเดียวก็เลยผ่านไป ดูไม่น่าจะเป็นที่จดจำใส่ใจได้มากเท่าไรนัก แต่เคยมีใครนับบ้างหรือไม่ ว่าตลอด 90 นาทีที่ถ่ายทอดสดเราเห็นสัญลักษณ์เหล่านั้นกี่ครั้ง ไม่จำกัดแต่เฉพาะกีฬาฟุตบอลเท่านั้น เราสามารถเห็นสัญลักษณ์ประจำข้างขวดเหล่านั้น ปรากฏอยู่ในรายการที่เกี่ยวกับกีฬาเกือบทุกประเภท เช่น กอล์ฟ เทนนิส หรือมวยสากล แทบจะเรียกได้ว่ากีฬากับเครื่องหมายทางการค้าของสุราได้กลายเป็นของคู่กัน ที่ขาดกันไม่ได้เสียแล้ว กีฬาไยต้องมีน้ำเมา? สืบเนื่องจากกีฬาประเภทหนึ่งๆนั้น กว่าจะออกมาเป็นกีฬาที่มีสถานที่ มีการแข่งขันได้ให้คนดูได้รู้ซึ้งถึงความสามารถและแก่นแท้ของกีฬานั้นๆได้ จำเป็นที่จะต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า&#8221;เงิน&#8221; เข้ามาสนับสนุนพัฒนาคน พัฒนาศักยภาพโค้ชผู้สอน และพัฒนาอุปกรณ์การกีฬา ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผู้เจตนาดีหลายรายเล็งเห็นว่า เป็นโอกาสอันดีที่จะได้คืนประโยชน์ให้กับสังคมโดยแลกเปลี่ยนกับการได้ปรากฏ ตัวในสื่อบ่อยขึ้น หรือเป็นที่รู้จัก(ในทางบวก) มากขึ้น เป็นที่รู้กันดีว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหล่านี้ต่อให้มีภาพที่ดูดีอย่างไร แต่ผลของมันก็คือการบ่อนทำลายสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ขณะที่กีฬาไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ยังคงเป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่ดี แล้วเหตุไฉนธุรกิจน้ำเมาจึงสามารถเข้ามาเหยียบย่างวงการนี้ได้ &#8220;วงการกีฬาบ้านเราขาดการดูแลเอาใจใส่สนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จากทั้งสังคมและผู้ใหญ่ในบ้านเรา เขามองว่ากีฬาเป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ไม่ได้มองว่ากีฬานั้นเป็นอาชีพที่ต้องอยู่ ต้องกิน เหมือนกับอาชีพอื่นๆ คนที่อยู่ในวงการกีฬาก็ต้องหาผู้สนับสนุน ต้องดิ้นรนหาทางรอดของตนเอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/ปฏิเสธน้ำเมากีฬาเพื่อสุขภาพ.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-84" title="ปฏิเสธน้ำเมา,กีฬาเพื่อสุขภาพ" src="http://health.itmoamun.com/wp-content/uploads/2011/07/ปฏิเสธน้ำเมากีฬาเพื่อสุขภาพ.jpg" alt="ปฏิเสธน้ำเมา,กีฬาเพื่อสุขภาพ" width="300" height="200" /></a></p>
<p><strong>วอนรัฐ ช่วยสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่องและถาวร</strong></p>
<p>&#8220;เบคแฮมเลี้ยงบอลส่งลูกผ่านไปให้อองรี  อองรีเลี้ยงลูกหลบผู้เล่นกองหลังตรงไปยังหน้าประตู แล้วยิง!  แต่ผู้รักษาประตูปัดผ่านเลยคานออกไปได้ น่าเสียดายจริงๆ ครับ&#8221;</p>
<p>น้ำเสียงเร่งเร้า สนุกสนาน  ของผู้บรรยายการถ่ายทอดสดฟุตบอลเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราคุ้นชิน  จนรู้สึกว่าหากการแข่งขันนัดใดไม่มีเสียงผู้บรรยายเหล่านี้  อรรถรสในการชมก็ดูจะจืดจางลงไป  และแล้วในขณะที่ชมการถ่ายทอดอยู่นั้นสัญลักษณ์คุ้นตาที่เคยปรากฏอยู่ข้างขวด ก็ปรากฏขึ้นข้างสนาม เพียงชั่วแวบเดียวก็เลยผ่านไป  ดูไม่น่าจะเป็นที่จดจำใส่ใจได้มากเท่าไรนัก</p>
<p>แต่เคยมีใครนับบ้างหรือไม่ ว่าตลอด 90  นาทีที่ถ่ายทอดสดเราเห็นสัญลักษณ์เหล่านั้นกี่ครั้ง  ไม่จำกัดแต่เฉพาะกีฬาฟุตบอลเท่านั้น  เราสามารถเห็นสัญลักษณ์ประจำข้างขวดเหล่านั้น  ปรากฏอยู่ในรายการที่เกี่ยวกับกีฬาเกือบทุกประเภท เช่น กอล์ฟ เทนนิส  หรือมวยสากล  แทบจะเรียกได้ว่ากีฬากับเครื่องหมายทางการค้าของสุราได้กลายเป็นของคู่กัน ที่ขาดกันไม่ได้เสียแล้ว</p>
<p><strong>กีฬาไยต้องมีน้ำเมา?</strong></p>
<p>สืบเนื่องจากกีฬาประเภทหนึ่งๆนั้น  กว่าจะออกมาเป็นกีฬาที่มีสถานที่  มีการแข่งขันได้ให้คนดูได้รู้ซึ้งถึงความสามารถและแก่นแท้ของกีฬานั้นๆได้  จำเป็นที่จะต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า&#8221;เงิน&#8221; เข้ามาสนับสนุนพัฒนาคน  พัฒนาศักยภาพโค้ชผู้สอน และพัฒนาอุปกรณ์การกีฬา  ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผู้เจตนาดีหลายรายเล็งเห็นว่า เป็นโอกาสอันดีที่จะได้คืนประโยชน์ให้กับสังคมโดยแลกเปลี่ยนกับการได้ปรากฏ ตัวในสื่อบ่อยขึ้น หรือเป็นที่รู้จัก(ในทางบวก) มากขึ้น</p>
<p>เป็นที่รู้กันดีว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหล่านี้ต่อให้มีภาพที่ดูดีอย่างไร  แต่ผลของมันก็คือการบ่อนทำลายสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ  ขณะที่กีฬาไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ยังคงเป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่ดี  แล้วเหตุไฉนธุรกิจน้ำเมาจึงสามารถเข้ามาเหยียบย่างวงการนี้ได้</p>
<p>&#8220;วงการกีฬาบ้านเราขาดการดูแลเอาใจใส่สนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง  จากทั้งสังคมและผู้ใหญ่ในบ้านเรา เขามองว่ากีฬาเป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพ  ไม่ได้มองว่ากีฬานั้นเป็นอาชีพที่ต้องอยู่ ต้องกิน เหมือนกับอาชีพอื่นๆ  คนที่อยู่ในวงการกีฬาก็ต้องหาผู้สนับสนุน ต้องดิ้นรนหาทางรอดของตนเอง  ไม่เกี่ยวกับคำว่าชอบหรือไม่ชอบ เหมาะหรือไม่เหมาะ  แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคืออยู่ได้&#8221;เดชา เหมกระศรี  เลขาสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทยชี้แจง</p>
<p>&#8220;โดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการใช้โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาสนับสนุน  แต่เพื่อเป็นการสานฝันให้กับวงการกีฬาของไทยจึงทำให้ให้ธุรกิจเหล้า  เบียร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น  เพราะการสนับสนุนด้านกีฬาในการส่งเสริมให้กีฬาไทยไปสู่ระดับโลกจะต้องใช้งบ ประมาณค่อนข้างมาก&#8221;</p>
<p><strong>แล้วกีฬาไม่ต้องพึ่งน้ำเมาได้หรือไม่</strong></p>
<p>เรื่องนี้เดชาแสดงความคิดเห็นว่า  หากวงการกีฬาได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่  โดยเป็นการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและถาวร  มีงบประมาณแบ่งสรรปันส่วนให้กับกีฬาทุกประเภท  ก็เชื่อแน่ว่าวงการกีฬาคงไม่มีช่องว่างให้ธุรกิจน้ำเมาเข้ามาได้  แต่ต้องไม่ใช่การช่วยเพียงแบบลูบหน้าปะจมูก  หรือมีการสนับสนุนเฉพาะเมื่อมีการแข่งขัน ถ้าไม่แข่งขันก็ไม่สนับสนุน  เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>ในส่วนของสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์จะผลิตนักกีฬาที่มี คุณภาพ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยงบประมาณในการบริหารและพัฒนานักกีฬา  ทางสมาคมได้รับเงินสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทยน้อยมากทำให้อาจส่งผล กระทบต่อสมาคมบ้างแต่ไม่มากนัก จึงต้องหาเงินสนับสนุนเพื่อความอยู่รอด  ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ต้องหาสปอนเซอร์  และทางสมาคมก็ได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.)ในปีที่ผ่านมา   และนั่นก็ทำให้ทางสมาคมไม่ต้องพึ่งพาเงินสนับสนุนจากโฆษณาเหล้าอีก</p>
<p>สำหรับกีฬาประเภทอื่นๆ  เดชามองว่าคงมีความต้องการเงินทุนเข้ามาช่วยเหลืออยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย  ดังนั้นรัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญและสนับสนุนกีฬาให้มากกว่านี้  หากต้องการให้เยาวชนไทยหันมาเล่นกีฬาโดยไร้แอลกอฮอล์  และการเชียร์กีฬาอย่างสร้างสรรค์  เพราะการได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่และต่อเนื่องนั้นจะเป็นการช่วยพัฒนา ให้วงการกีฬาไทยเดินหน้าไปอย่างเข้มแข็งและก้าวไปสู่ระดับโลกได้ตามความคาด หวัง</p>
<p>&#8220;ยกตัวอย่างง่ายๆ  ถ้าหากพ่อแม่ผู้ปกครองเอาใจใส่ดูแลบุตรหลานของตัวเองให้อยู่ดีกินดี  สร้างครอบครัวที่อบอุ่นก็จะไม่เห็นเด็กหารายได้พิเศษ&#8221; เดชาเปรียบเทียบ</p>
<p>โดยรายได้&#8221;พิเศษ&#8221;ที่ว่านั้นหากเป็นพนักงานขายของหรือพนักงานสิร์ฟก็คงพอ ทำเนา แต่ถ้าหางานเหล่านั้นไม่ได้  เด็กๆก็อาจต้องไปขายพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดง  หรือถ้าแย่ไปกว่านั้นเด็กผู้หญิงก็อาจคิดการเอาตัวเข้าแลกกับเงินเพื่อดำรง ชีพ</p>
<p>จะเห็นได้ว่ากีฬาประเภทต่างๆ  นั้นแม้อาจสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองในระดับหนึ่ง  แต่ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือจากแหล่งทุนอื่น  ซึ่งหนึ่งในผู้สนับสนุนตัวเงินมหาศาลในทุกวันนี้คือพวกที่ทำธุรกิจน้ำเมา  ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาเพราะการบ่อนทำลายสุขภาพผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว  ซึ่งตรงข้ามกับเจตนารมณ์ของกีฬาที่มุ่งสร้างคนให้เป็นเลิศ  ดังนั้นหากต้องการให้เยาวชนไทยรวมถึงคนในสังคมมีทั้งความเป็นเลิศและมี สุขภาพที่ดีโดยไม่มีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง  คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้และควรจะเป็นคืออะไรขอฝากให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เก็บ ไปขบคิด</p>
<p><strong>เนื่องจากสิ่งที่คิดไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่ออนาคตของชาติไทยเราเอง</strong></p>
<p><strong>ที่มา</strong></p>
<p><strong>ข้อมูลจาก :</strong> สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://health.itmoamun.com/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

